แอมไซยาไนด์ฆ่าใครบ้าง คือคำถามสะเทือนใจที่คนไทยทั้งประเทศยังคงต้องการคำตอบและเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะนี่คือคดีประวัติศาสตร์ที่สร้างความสะเทือนขวัญ และเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์อาชญากรรมไทยไปตลอดกาล สำหรับคดีของ “แอม ไซยาไนด์” หรือ นางสรารัตน์ รังสิวุฒิพรณ์ ที่ใช้สารพิษในการพรากชีวิตผู้บริสุทธิ์อย่างต่อเนื่อง
หลายคนอาจจะยังสงสัยและอยากรู้ว่าสถานการณ์ล่าสุดของคดีนี้ก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว? จากข้อมูลเชิงลึก พยานหลักฐาน และรายชื่ออย่างเป็นทางการที่มีการสรุปในชั้นศาล พบความจริงอันน่าตกใจว่า มีผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวโยงกับพฤติการณ์ของจำเลยรายนี้รวมทั้งสิ้นถึง 14 ราย และมีผู้รอดชีวิตที่ผ่านวิกฤตความตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์อีกเพียง 1 รายเท่านั้น
พฤติกรรมการลอบใช้สารพิษร้ายแรงเพื่อหวังผลต่อทรัพย์สิน การปลดเปลื้องหนี้สินจำนวนมหาศาล และการล้างไพ่เคลียร์วงแชร์มรณะ กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่สังคมไทยและคนในวงการสารเคมีต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง จนเกิดคำถามตามมาในโลกออนไลน์มากมายว่า แล้วจริงๆ สารไซยาไนด์ ที่ถูกนำมาใช้ก่อเหตุนี้คืออะไรกันแน่? ซึ่งหากจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ไซยาไนด์คืออะไร มันคือสารเคมีที่มีฤทธิ์เฉียบพลันและรุนแรงในการยับยั้งการหายใจของเซลล์ ทำให้ระบบการทำงานของหัวใจและสมองล้มเหลวทันที
ด้วยความร้ายแรงขนาดนี้ ในทางกฎหมายของประเทศไทยจึงได้จัดให้สารนี้เป็น วัตถุอันตรายประเภทที่ 3 ซึ่งเป็นสารเคมีควบคุมที่มีมาตรการดูแลอย่างเข้มงวด ต้องมีใบอนุญาตในการครอบครองและห้ามซื้อขายกันโดยพละการเด็ดขาด
วันนี้เราจะพาทุกคนมาเจาะลึกแบบม้วนเดียวจบ ไล่เรียงไทม์ไลน์เหตุการณ์จริงตั้งแต่ศพแรกจนถึงศพสุดท้าย เปิดรายชื่อเหยื่อทุกคนให้เห็นกันชัดๆ พร้อมบทวิเคราะห์ผลคำพิพากษาคดีเด่นที่ทุกคนควรรู้ ในฐานะของคนที่คลุกคลีและมีประสบการณ์ตรงในแวดวงการจำหน่ายเคมีภัณฑ์อุตสาหกรรมมาอย่างยาวนาน ขอบอกเลยครับว่า ข่าวนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง และทำให้เกิดการรื้อระบบควบคุมและตรวจสอบการซื้อขายเคมีภัณฑ์ในประเทศไทยครั้งใหญ่ที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน!
https://youtube.com/shorts/JtsTeVB5sWs?si=2SGowYYs36GpGLJF
เจาะลึกรายชื่อผู้สูญเสีย: สรุปอัปเดต แอมไซยาไนด์ฆ่าใครบ้าง?
หากเราต้องการหาคำตอบให้ชัดเจนว่า แอมไซยาไนด์ฆ่าใครบ้าง เราต้องย้อนกลับไปดูเส้นทางอาชญากรรมต่อเนื่องที่กินระยะเวลานานกว่า 8 ปี (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ถึง พ.ศ. 2566) ซึ่งกระจายตัวอยู่ในหลายจังหวัดภาคกลางและภาคตะวันตก โดยแผนประทุษกรรมส่วนใหญ่จะเริ่มจากการสร้างความสนิทสนม ชวนทำธุรกิจ เล่นแชร์ กู้ยืมเงิน หรือชวนไปทำบุญ จากนั้นจะลงมือผสมสารพิษลงในอาหาร เครื่องดื่ม หรือแคปซูลยา โดยรายชื่อเหยื่อทั้งหมดที่มีการเปิดเผยและนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม มีดังต่อไปนี้
1. รายชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 14 ราย (เรียงตามลำดับเวลา)
-
คุณมณฑาทิพย์ ขาวทอง (ทราย): เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2558 เหตุเกิดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ถือเป็นรายแรกๆ ที่ถูกตั้งข้อสังเกตหลังจากคดีหลักแดงขึ้น เนื่องจากมีความใกล้ชิดและมีเรื่องผลประโยชน์ทางการเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง
-
นิ่มอนงค์ สุวรรณหงษ์ (ผู้กองนุ้ย): ข้าราชการตำรวจหญิง เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2563 ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม เสียชีวิตฉับพลันด้วยอาการหัวใจล้มเหลว
-
คุณสุรัตน์ ทรพับ (บี): เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2564 ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เป็นอีกหนึ่งรายที่ครอบครัวมารู้ทีหลังว่ามีความเชื่อมโยงกับจำเลยในเรื่องของการเล่นแชร์
-
คุณกัญญารัตน์ รัศมีทรงธรรม (ต่าย): เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2565 ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี เสียชีวิตในลักษณะเฉียบพลันเช่นเดียวกัน
-
คุณรสจรินทร์ นิลห้อย (เจ๊น้อยขายผัก): เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2565 ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกแชร์ที่แอมเป็นท้าวแชร์
-
คุณวิภาวรรณ กลิ่นจักร (หนูนา): เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2565 ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม
-
คุณจินดารัตน์ สิทธิ์ประเสริฐ (มายด์): เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2565 ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม
-
นายดนุภัทร นิลบดี (โต้ง): เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2565 ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม
-
คุณศิริพร ขันวงษ์ (ก้อย): เสียชีวิตเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2566 ในพื้นที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งคดีของคุณก้อยนี้เองที่เป็น “กุญแจสำคัญ” ที่ทำให้ความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย
-
น.ส.นิตยา แก้วบุปผา (นิด): เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2566 ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม
-
พล.ต.ต.หญิง นรสิริ นิลบดี (ผู้การเขียด): อดีตข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2566 ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม
-
นายสุทธิศักดิ์ พูนขวัญ (แด้): เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2566 ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ซึ่งรายนี้มีความสำคัญมากเพราะเป็นอดีตสามีพฤตินัยของแอมเอง
-
คุณผุสดี สามบุญมี (ครูอ๊อด): เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2566 ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม
-
คุณกมลวรรณ ชินบุตร (หมิว): เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2566 ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี
2. ผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์คดีนี้
-
คุณกานติมา แพสอาด (ปลา): เหตุเกิดเมื่อปี พ.ศ. 2565 คุณปลาถือเป็นพยานปากเอกที่สำคัญที่สุดในคดี เนื่องจากเธอได้รับสารพิษเข้าไปหลังจากมีการนัดเจอและรับประทานยาร่วมกับแอม แต่โชคดีที่เกิดอาการแน่นหน้าอก อาเจียน และได้รับการนำส่งโรงพยาบาลเพื่อล้างท้องและช่วยชีวิตได้ทันท่วงที คำให้การของคุณปลาช่วยให้พนักงานสอบสวนเข้าใจพฤติกรรมการลงมือและรูปแบบการใช้สารเคมีอย่างชัดเจน
เมื่อเราได้เห็นรายชื่อทั้งหมดแล้ว สิ่งที่คนทำงานในวงการสารเคมีอย่างพวกเราตั้งคำถามก็คือ สารชนิดนี้มีกลไกอย่างไร ทำไมถึงสามารถพรากชีวิตคนได้อย่างง่ายดายขนาดนี้ และในความเป็นจริงแล้ว ไซยาไนด์คืออะไร มีฤทธิ์ร้ายแรงแค่ไหนกันแน่?
เจาะลึกภาคทฤษฎี: สารไซยาไนด์คืออะไร ทำไมจึงอันตรายถึงชีวิต?
สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการวิทยาศาสตร์ เมื่อเห็นข่าวนี้บ่อยๆ อาจจะเกิดความสับสนว่า ไซยาไนด์คืออะไร หรือบางคนไปค้นหาด้วยคำว่า ไซยาไนด์คือยาอะไร หรือ ยาไซยาไนด์คืออะไร ซึ่งผมต้องขออธิบายและทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนเลยครับว่า ในทางการแพทย์และการสาธารณสุข มันไม่ใช่ยารักษาโรค และคำว่า ยาไซยาไนด์คือ คำเรียกที่ติดปากของชาวบ้านเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วมันคือ สารเคมีอนินทรีย์ที่มีความเป็นพิษสูงติดอันดับต้นๆ ของโลก
กลไกความตายของสารพิษชนิดนี้มีความน่ากลัวมาก เมื่อ สารไซยาไนด์ เข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะผ่านการรับประทาน การสูดดมไอระเหย หรือแม้กระทั่งการซึมเข้าทางผิวหนังกองเล็บ มันจะวิ่งเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว และเข้าไปทำลายระบบการขนส่งออกซิเจนในระดับเซลล์ โดยสารนี้จะจับตัวกับเอนไซม์ในไมโตคอนเดรียอย่างเหนียวแน่น ส่งผลให้เซลล์ในร่างกาย “ไม่สามารถใช้ออกซิเจนได้” แม้ว่าในปอดจะยังมีออกซิเจนอยู่เต็มก็ตาม
เมื่อเซลล์ขาดพลังงาน อวัยวะที่ไวต่อการขาดออกซิเจนมากที่สุดอย่าง สมอง หัวใจ และระบบประสาทส่วนกลาง จะหยุดทำงานทันที เหยื่อจะมีอาการชัก หมดสติ หน้าเขียวคล้ำ และหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันภายในเวลาไม่กี่นาที นี่คือเหตุผลว่าทำไมแพทย์นิติเวชจึงตรวจพบว่าเหยื่อส่วนใหญ่เสียชีวิตในสภาพที่เหมือนคนหัวใจวายเฉียบพลัน จนทำให้ในช่วงแรกๆ ญาติไม่ทันเฉลียวใจคิดว่าเป็นการฆาตกรรม
สรุปไทม์ไลน์จุดพลิกผัน และผลคำพิพากษาคดีเด่นที่สะเทือนสังคม
หากไม่มีคดีของ “คุณก้อย ศิริพร ขันวงษ์” สังคมไทยอาจจะยังไม่มีวันรู้เลยว่า แอมไซยาไนด์ฆ่าใครบ้าง เพราะพฤติการณ์ที่ผ่านมาถูกแนบเนียนไปกับใบมรณบัตรที่ระบุว่า “หัวใจล้มเหลว” มาโดยตลอด
ไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญและการแกะรอยคดี
-
จุดเริ่มต้นการเปิดโปง (14 เมษายน 2566): แอมได้ชวนคุณก้อย ศิริพร ไปทำบุญปล่อยปลาที่ท่าน้ำแม่กลอง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี หลังจากนั้นคุณก้อยเกิดอาการวูบหมดสติและเสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุ ทว่าพฤติกรรมของแอมกลับเดินหนีขึ้นรถและไม่ยอมช่วยเหลือ แถมยังนำกระเป๋าแบรนด์เนม โทรศัพท์มือถือ และทรัพย์สินของคุณก้อยติดตัวไปด้วย
-
การชันสูตรพลิกศพและข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์: ครอบครัวของคุณก้อยไม่เชื่อว่าผู้ตายจะเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว จึงส่งศพไปผ่าชันสูตรอย่างละเอียด ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการพบสารกลุ่มไซยาไนด์ตกค้างในเลือดและอวัยวะภายในในปริมาณที่ทำให้เสียชีวิตได้ทันที ตำรวจจึงเข้าจับกุมตัวแอมในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
-
การรื้อฟื้นคดีประวัติศาสตร์: หลังการจับกุม ญาติของผู้เสียชีวิตรายอื่นๆ ในอดีตที่เคยรู้จักและทำธุรกรรมการเงินกับแอม ต่างทยอยเข้าให้ข้อมูลกับกองปราบปราม เกิดการรื้อแฟ้มคดีเก่าถึง 14 คดี มีการขุดศพและนำหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์รวมถึงเส้นทางการเงินมาเชื่อมโยงกัน จนพบภาพความเชื่อมโยงของ “ไซยาไนด์มรณะ” ที่ชัดเจน
ผลคำพิพากษาคดีเด่น (คดีคุณก้อย ศิริพร)
เมื่อปลายปี พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาในคดีแรก ซึ่งเป็นคดีหมายเลขดำที่สังคมจับตามองมากที่สุด พยานหลักฐานของโจทก์และพนักงานสอบสวนมีความหนาแน่น ทั้งเรื่องผลการตรวจพิสูจน์สารเคมีในรถยนต์ของจำเลย เส้นทางการเงินที่โยงไปยังบัญชีม้าและเว็บพนัน รวมถึงพฤติกรรมก่อนและหลังเกิดเหตุ ศาลจึงมีคำพิพากษาให้ ลงโทษประหารชีวิต นางสรารัตน์ หรือ แอม ไซยาไนด์ โดยชี้ชัดว่าเป็นพฤติการณ์ที่โหดเหี้ยม ไร้มนุษยธรรม เพื่อหวังเอาทรัพย์สินของผู้อื่น
นอกจากนี้ ศาลยังสั่งลงโทษผู้เกี่ยวข้องที่มีส่วนช่วยทำลายพยานหลักฐานและปกปิดความผิด ซึ่งรวมถึงทนายความและอดีตสามีที่เป็นตำรวจ ถือเป็นการปิดฉากคดีเด่นคดีแรก ส่วนคดีของเหยื่อรายอื่นๆ อีก 13 คดี อยู่ระหว่างการทยอยพิจารณาคดีในชั้นศาลอย่างต่อเนื่อง
ในมุมมองคนวงการสารเคมี: ไซยาไนด์เอาไว้ทำอะไร และหาซื้อกันได้ง่ายๆ จริงหรือ?
คำถามถัดมาที่กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียลคือ ไซยาไนด์เอาไว้ทำอะไร ทำไมคนธรรมดาถึงสามารถเข้าถึงสารอันตรายระดับนี้ได้? และมักจะมีคนไปพิมพ์ค้นหาในอินเทอร์เน็ตว่า ไซยาไนด์ซื้อได้ที่ไหน หรือ ไซยาไนด์หาซื้อได้ที่ไหน รวมถึงช่องทางยอดฮิตอย่าง ซื้อไซยาไนด์ออนไลน์ และ ไซยาไนด์ shopee
ในฐานะที่ผมทำงานร่วมกับทีมงานของ [CAP25] ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบซัพพลายเชนและเคมีภัณฑ์อุตสาหกรรม ผมขอตีแผ่ความจริงให้ฟังแบบนี้ครับ:
1. ไซยาไนด์เอาไว้ทำอะไร? มีประโยชน์อย่างไรในภาคอุตสาหกรรม?
ถ้าพูดถึง ประโยชน์ของไซยาไนด์ หรือถามว่า ไซยาไนด์ ประโยชน์ ของมันคืออะไรในโลกความเป็นจริง ต้องบอกว่าสารเคมีตัวนี้มีบทบาทสำคัญมากในระบบเศรษฐกิจและการผลิตครับ โดยเฉพาะสารหลักๆ สองตัวนี้:
-
โซเดียมไซยาไนด์ ($NaCN$): ใช้ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ทองคำ และเงิน สารนี้มีความสามารถในการละลายและแยกแร่ทองคำออกจากหินแร่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง นอกจากนี้ยังใช้ในอุตสาหกรรมชุบโลหะ เพื่อให้ผิวโลหะมีความเงางามและทนทานต่อการกัดกร่อน
-
โพแทสเซียมไซยาไนด์ ($KCN$): นิยมใช้ในกระบวนการชุบโลหะด้วยไฟฟ้าขั้นสูง การทำชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และการสังเคราะห์สารเคมีในห้องปฏิบัติการเพื่อผลิตยาหรือพลาสติกบางประเภท
ดังนั้น ในแง่ของภาคการผลิต สารเหล่านี้จึงเป็นวัตถุดิบต้นน้ำที่สำคัญมาก ไม่ใช่สารที่มีไว้เพื่อทำลายล้างเพียงอย่างเดียว
2. การควบคุมทางกฎหมายและราคาในตลาด
เนื่องจากมันเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย การครอบครอง การนำเข้า หรือการจำหน่าย จะต้องได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมอย่างเคร่งครัด เรื่องของ ไซยาไนด์ ราคา ในตลาดระบบปิดสำหรับโรงงานนั้น มีการควบคุมและตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด ไม่ใช่สิ่งที่จะเดินไปซื้อตามร้านขายยาทั่วไปได้
แต่ช่วงที่เกิดคดีแอม มีการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายแบบผิดกฎหมายผ่านแพลตฟอร์ม e-Commerce จนเกิดคำค้นหาเช่น ยาไซยาไนด์shopee ซึ่งปัจจุบันขอยืนยันเลยครับว่า หน่วยงานภาครัฐได้ร่วมมือกับแพลตฟอร์มต่างๆ กวาดล้างและปิดกั้นร้านค้าเถื่อนเหล่านั้นไปจนหมดสิ้นแล้ว การพยายามค้นหาเพื่อ ซื้อไซยาไนด์ออนไลน์ โดยไม่มีใบอนุญาตโรงงาน นอกจากจะเสี่ยงต่อการเจอสารปลอมลวงโลกแล้ว ยังมีความผิดตามกฎหมายอาญาขั้นรุนแรง มีโทษทั้งจำและปรับอีกด้วย
ถอดบทเรียนความปลอดภัยและการเลือกพันธมิตรสารเคมี
จากมหากาพย์คดีที่คำตอบของคำถามว่า แอมไซยาไนด์ฆ่าใครบ้าง เต็มไปด้วยคราบน้ำตาและความสูญเสียของ 14 ครอบครัว มันได้กลายเป็นแรงผลักดันให้เกิดการปฏิรูประบบความปลอดภัยและการซื้อขายเคมีภัณฑ์ในประเทศไทย โรงงานอุตสาหกรรมทุกแห่งจำเป็นต้องเข้มงวดกับระบบสัญญากรรม สรุปยอดการใช้สารเคมี (Material Balance) และการเลือกคู่ค้าที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม
ที่ [CAP25] เรายึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและการปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมวัตถุอันตรายอย่างสูงสุด เราตระหนักดีว่าสารเคมีอุตสาหกรรมทุกชนิดต้องถูกส่งตรงไปยังมือของผู้ใช้ที่แท้จริงในภาคการผลิตเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดช่องว่างที่มิจฉาชีพจะนำสารควบคุมเหล่านี้ไปใช้ในทางที่ผิดจนเกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยอดีต
หากคุณเป็นผู้ประกอบการ ฝ่ายจัดซื้อ หรือวิศวกรโรงงานอุตสาหกรรมที่กำลังมองหาซัพพลายเออร์สารเคมีภัณฑ์ควบคุมที่มั่นใจได้ในความถูกต้อง โปร่งใส และมีเอกสารสิทธิ์ครบถ้วนตามข้อกำหนดของกรมโรงงานอุตสาหกรรม สามารถติดต่อทีมงานมืออาชีพของเราเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ตลอดเวลาครับ
บริษัทเราขายเฉพาะโรงงานที่มีใบอนุญาตเท่านั้น และระบุชัดว่าขายเฉพาะ B2B ต้องการสารเคมีควบคุมถูกกฎหมาย ทักเลย!



